วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สาธารณสุขยะลาเตือนภัย 6 โรคมากับน้ำท่วม

สาธารณสุขยะลาเตือนภัย 6 โรคมากับน้ำท่วม: "นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลาเตือนประชาชนระวังภัย 6 โรคตามมาภายหลังน้ำท่วม ‘โรคฉี่หนู อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ โรคตับอักเสบ ตาแดงและไข้เลือดออก’ สั่งการให้ทุกเครือข่ายบริการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รักษาฟรี และให้ความรู้การป้องกันโรคแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง


นายแพทย์สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดยะลา พบน้ำท่วมในพื้นที่ 6 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอยะหา รามัน กรงปินัง ธารโต บันนังสตา และอำเภอเมืองยะลา จึงได้สั่งการให้เครือข่ายบริการในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมเฝ้าระวังโรคติดต่อที่มากับน้ำท่วมและ ภายหลังน้ำลด โดยเน้น 6 โรคที่พบได้บ่อย ได้แก่ โรคฉี่หนูหรือโรคเลปโตสไปโรซิส อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ โรคตับอักเสบ ตาแดง และไข้เลือดออก และให้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการผู้ประสบภัยฟรีพร้อมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดโรค และป้องกันการเสียชีวิตหลังเจ็บป่วย ซึ่งเครือข่ายสถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งในจังหวัด ได้เตรียมความพร้อมด้านเวชภัณฑ์ ยา สำหรับดูแลผู้ประสบภัย อย่างครบถ้วนเพียงพอ


alt

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา ยังกล่าวเตือนและขอความร่วมมือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังอีกว่า ห้ามถ่ายอุจจาระหรือทิ้งขยะลงน้ำอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้น้ำสกปรก เสี่ยงเกิดโรคระบาดได้ง่ายโดยเฉพาะโรคที่ติดต่อทางอาหารและน้ำ เช่น ไทฟอยด์ อหิวาตกโรค โรคตับอักเสบ รวมทั้งโรคตาแดง หากส้วมใช้การไม่ได้ ขอให้ถ่ายอุจจาระลงถุงดำหรือถุงพลาสติก หรือที่เรียกว่าส้วมมือถือ และทิ้งขยะลงในถุงดำหรือถุงพลาสติก และมัดปากถุงให้มิดชิดป้องกันแมลงวันตอม ก่อนนำไปทำลาย อีกทั้งสิ่งที่ผู้ประสบภัยขาดแคลนในช่วงที่มีน้ำท่วมขัง ก็คือน้ำดื่ม น้ำใช้ จึงขอให้ดื่มน้ำบรรจุขวดที่มีตราอย.หรือดื่มน้ำต้มสุก กินอาหารที่ปรุงสุกแล้ว ส่วนน้ำใช้นั้น สามารถนำน้ำท่วมมาปรับสภาพให้สะอาดและใช้ได้ โดยใช้สารส้มและคลอรีนเม็ด ใช้กับน้ำ 1 โอ่งมังกรใหญ่ โดยใช้สารส้มแกว่งน้ำให้ตกตะกอนก่อน และใส่คลอรีนเม็ด 1 เม็ด เพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำ จะทำให้น้ำสะอาดเท่าน้ำประปา อีกทั้ง ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำลด โดยจะต้องสวมรองเท้าเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลจากการเหยียบเศษวัสดุของมีคม ทำให้เป็นทางเข้าของเชื้อโรคได้ โดยเฉพาะโรคฉี่หนู

นายแพทย์สวัสดิ์กล่าวอีกว่านอกจากโรคระบาดดังกล่าวแล้ว เรื่องอุบัติเหตุ อุบัติภัย ก็ควรระมัดระวังเช่นกัน ได้แก่การป้องกันกระแสไฟฟ้าดูด จากปลั๊กไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เปียกชื้น อันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมลงป่อง ที่อาจจะหนีน้ำมาหลบอยู่ในบริเวณบ้าน รวมทั้งการลื่นล้มและการพลัดตกน้ำจมน้ำ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่ชอบเล่นน้ำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พ่อแม่ ผู้ปกครองจึงต้องระมัดระวังคอยดูแลเป็นพิเศษ."

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

9 วิธีง่ายๆ ที่จะดูแลตัวเองให้พ้นจากไข้หวัด 2009 และช่วยลดการระบาด

9 วิธีง่ายๆ ที่จะดูแลตัวเองให้พ้นจากไข้หวัด 2009 และช่วยลดการระบาด
1.วิธีที่ง่าย ที่สุดคือ หลีกเลี่ยงโอกาสเสี่ยงต่างๆ เช่น สถานที่แออัด โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า หรือจะเรียกว่า ปฏิบัติการอยู่บ้าน ต้านหวัด ก็ได้ นอกจากนั้นแล้วก็ต้องล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์

2. ระมัดระวังในการแตะต้องสิ่งของที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มกดลิฟท์ เช่น อาจจะหาดินสอแท่งเล็กๆ ไว้สำหรับกดลิฟท์โดยเฉพาะ แต่ระวังอย่านำดินสอแท่งนั้นมาสัมผัสหน้าหรือนำเข้าปาก หรืออาจใช้ข้อศอกผลักประตูแทนการใช้มือ

3. หลีกเลี่ยงการจับมือ การทักทายด้วยการจุมพิต หรือกิจกรรมทางสังคมอื่นๆที่อาจต้องสัมผัสกับผู้อื่นอย่างใกล้ชิด เช่น งานเต้นรำ การกอดรัดแนบชิด เป็นต้นที่สำคัญหลีกเลี่ยงการเอามือจับจมูก ปาก ขยี้ตา อันเป็นโอกาสนำเชื้อที่อาจอยู่ที่มือเราเข้าไปสู่ร่างกายได้

4. ไม่สูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะยิ่งทำให้คุณมีโอกาสเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายขึ้น และอาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้

5. เมื่อกลับถึงบ้าน ล้างมือ อาบน้ำ สระผมทันที ก็มีส่วนช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโรค

6. ช่วยลดการระบาดด้วยการระมัดระวังเรื่องสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจเมื่ออยู่ ร่วมกับผู้คน (เช่น การไอหรือจาม) ถ้าไม่มีผ้าปิดปาก ให้ไอหรือจามใส่แขนเสื้อท่อนบน ก็จะช่วยให้เชื้อโรคอยู่เฉพาะบริเวณนั้น ไม่แพร่กระจายไปยังผู้อื่น (ไม่ใช้มือปิดปากเวลาไอหรือจาม เพราะมือจะเป็นตัวแพร่เชื้อโดยการสัมผัสต่อๆไป)

7. ล้างมือให้สะอาดหลังจากไอหรือจาม หรือหลังจากจับต้องสิ่งของที่อาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อโดยผู้ที่ใช้ก่อน เรา แล้วเช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วทิ้งเลย หลีกเลี่ยงการเช็ดมือกับผ้าที่ใช้ต่อๆ กัน

8. ใช้กระดาษทิชชูเวลาที่ต้องการสั่งน้ำมูก และทิ้งเมื่อไม่ใช้แล้ว และล้างมือ

9. หากใช้หน้ากากอนามัย ควรทิ้งหลังจากที่ใช้แล้วและล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังถอดหน้ากากอนามัย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.flu2009thailand.com

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อาการ จาก ไข้หวัดใหญ่

1.ไข้หวัดใหญ่ที่ไม่มีโรคแทรกซ้อน ระยะฟักตัว 1-4วัน โดยเฉลี่ย 2 วัน
ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลียอย่างฉับพลัน เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดตามแขนขา ปวดข้อ ปวดรอบตา ไข้สูง 39-40 ํ c เจ็บคอและคอแดงมีน้ำมูกใสไหล ไอแห้งๆ ตามตัวจะร้อน แดง ตาแดง อาการอาเจียน หรือท้องเดิน ไข้เป็น 2-4 วันแล้วค่อยๆลดลงแต่อาการคัดจมูก และแสบคอยังคงอยู่โดยทั่วไปจะหายใน 1 สัปดาห์

2.สำหรับรายที่เป็นรุนแรงมักเกิดในผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังอยู่ก่อนมักจะเกิดโรคแทรกซ้อนที่ระบบอื่นด้วยเช่น
อาจพบการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก หรืออาการหัวใจวาย ผู้ป่วยจะเหนื่อยหอบ ระบบประสาท พบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และสมองอักเสบผู้ป่วยจะปวดศีรษะมาก และซึมลง ระบบหายใจ มีหลอดลมอักเสบ และปอดบวมผู้ป่วยจะแน่นหน้าอก และเหนื่อย โดยทั่วไปไข้หวัดใหญ่มักจะหายในไม่กี่วัน แต่ก็มีผู้ป่วยบางรายมีอาการไอ และปวดตามตัวนาน 2 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่เสียชีวิตมักจะเกิดจากปอดบวม และโรคหัวใจหรือโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่

ข้อมูลจาก : Siamhealth.net

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ทานกล้วยน้ำว้า ก่อภูมิต้านทานไข้หวัดใหญ่ 2009

กล้วยน้ำว้าเสริมภูมิต้านหวัด09 (ไอเอ็นเอ็น) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ฯ เผย พุงทะลายและกล้วยน้ำว้าเสริมภูมิคุ้มกันต้านไข้หวัด09 ระบุ มีคุณสมบัติไม่แตกต่างจากฟ้าทะลายโจร นางฉันทรา พูนศิริ นักวิชาการฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า วว.ได้ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาพืชสมุนไพรที่สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ และโดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 โดยได้ศึกษาสารอาหารจากพืชผัก ผลไม้ สมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน จำนวน 20 ชนิด ได้แก่ แครอท ถั่วเหลือง เม็ดแมงลัก โดยนำมาทดสอบฤทธิ์กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวของมนุษย์ พบว่า สารสกัดพุงทะลายและกล้วยน้ำว้า มีคุณสมบัติเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้จริง เนื่องจากมีสารบางชนิดกระตุ้นเม็ดเลือดขาว ชนิดไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งสามารถจับและทำลายเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียได้ทันที รวมทั้งยังต้านการอักเสบที่เกี่ยวเนื่องกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลัน ความเป็นพิษกึ่งเรื้อรัง และฤทธิ์การก่อกลายพันธุ์ พบว่า พืชผักดังกล่าวมีความปลอดภัยต่อการบริโภค นักวิจัยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทีมวิจัยได้สกัดสารสำคัญของพุงทะลาย และกล้วย โดยนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดเม็ด โดยได้จดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัท ศรีสิงหรา จำกัด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างขอจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนจะจำหน่ายเชิงพาณิชย์ต่อไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณสมบัติไม่แตกต่างจากฟ้าทะลายโจร เพียงรับประทานวันละ 1 เม็ด ก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

INN

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ผู้ติดหวัด 2009 ชาวไทยเสียชีวิตแล้ว 65 ราย

รองปลัดฯสธ. ระบุ ผู้ติดหวัด 2009 ชาวไทยเสียชีวิตแล้ว 65 ราย โดย 41 ราย เป็นผู้อยู่กลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง อีก 24 ราย เป็นผู้ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษารพ.ล่าช้า

(29ก.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา โรงพยาบาลศิริราช พญ.สยมพร ศิรินาวิน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ศาสตราจารย์ นพ.ยง ภู่วรวรรณ ศูนย์ไวรัสวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และรศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ แพทย์โรคระบบทางเดินหายใจ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะ แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1

โดยนพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า สำนักระบาดวิทยารายงานข้อมูลรอบสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 22-28 กรกฎาคม 2552 มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 65 ราย ใน 27 จังหวัด แยกเป็นภาคกลาง 13 จังหวัด ภาคอีสาน 6 จังหวัด ภาคเหนือ 4 จังหวัด และภาคใต้ 4 จังหวัด หญิง 30 ราย ชาย 35 ราย พบทุกกลุ่มอายุ โดย 41 ราย เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง มากที่สุดคือ โรคหัวใจและหลอดเลือด 14ราย เบาหวาน 9 ราย อ้วนน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม 9 ราย โรคปอดหรือสูบบุหรี่จัด 7 ราย ไตวายเรื้อรัง 6 ราย กินยากดภูมิต้านทาน 4 ราย โรคระบบเลือดและตั้งครรภ์ อย่างละ 3 ราย โรคตับและพิการแต่กำเนินอย่างละ 2 ราย

ในส่วนของผู้เสียชีวิตที่เหลืออีก 24 ราย ที่เป็นผู้ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนใหญ่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลล่าช้า หลังป่วยแล้วถึง 6 วัน ทำให้การให้ยาต้านไวรัสไม่ได้ผลดี สำหรับข่าวที่ว่ามีผู้เสียชีวิต 66 รายนั้น ผู้ป่วยไม่ได้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ แต่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ต่อมาโรงพยาบาลรามาธิบดีได้มีการประชุมและแจ้งให้ทราบ กระทรวงสาธารณสุขจึงขึ้นทะเบียนผู้เสียชีวิตยืนยันเพียง 65 รายเท่านั้น

ทั้งนี้ มาตรการลดผู้ป่วยหนักและลดการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ กระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการตามคำแนะนำของ คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาวิชาการและยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับ ชาติ ซึ่งมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นประธาน เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่ โดย 1.เร่งให้ความรู้กับแพทย์ทุกคนในการดูแลรักษาตามแนวทางการรักษาพยาบาลผู้ ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และ 2.กระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ให้คลินิกทั่วประเทศ ตามมาตรฐานการดำเนินงาน 8 ข้อ ดังนี้

1.คลินิกทั่วประเทศจะต้องมีแพทย์เป็นผู้ดูแลและเป็นผู้สั่งจ่ายยาได้ เท่านั้น 2.คลินิกจะต้องจัดส่งรายงานหลักฐานการจ่ายยาและอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ ยา ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรือกระทรวงสาธารณสุขทุกวัน 3.คลินิกจะต้องมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อในคลินิกทุกแห่ง 4.คลินิกที่ต้องการมียาต้านไวรัสไว้ในคลินิก จะต้องสมัครเข้าร่วมโครงการและแพทย์ในคลินิกทุกคนจะต้องได้รับการอบรม และประเมินความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ 5.ให้คลินิกมีการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล 6.คลินิกควรมีกลไกในการติดตามผู้ป่วยทุกรายหลังการรักษา 7.ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจัดระบบการตรวจสอบคลินิกที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งในเรื่องมาตรฐานการดูแลรักษา การสั่งจ่ายยา การป้องกันการติดเชื้อในคลินิกทุกเดือน

8.คลินิกที่เข้าร่วมโครงการ จะต้องปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผู้ป่วยของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในบ่ายวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะจัดส่งมาตรการดังกล่าว ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ นำไปให้คลินิกทุกแห่งในพื้นที่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

สำหรับปัญหาการดื้อยาต้านไวรัสโอเซลทามีเวียร์ ขณะนี้พบ 5 ราย ใน 4 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น 2 ราย แคนาดา เดนมาร์ค และฮ่องกง แห่งละ 1 ราย แต่ยังไม่พบในไทย การดื้อยาดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนให้ทุกประเทศต้องเฝ้าระวังการใช้ยาอย่าง ใกล้ชิด และให้ยาอย่างระมัดระวังอย่างที่สุด โดยใช้รักษาผู้ป่วยเพื่อยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส จะไม่ใช้เพื่อป้องกันเพราะไม่ได้ผล ซึ่งในประเทศไทย ยานี้จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ไม่มีขายตามร้านขายยาทั่วไป มีเฉพาะในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน และคลินิกที่เข้าโครงการเท่านั้น อย่างไรก็ตามประเทศที่มีการดื้อยาก็ยังคงใช้ยาตัวเดิม ขณะเดียวกันต้องมีการสำรองยาต้านไวรัสคือ ยาซานามิเวียร์ (Zanamivir) สำหรับเชื้อดื้อยา เป็นยาตัวที่ 2 ตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ ซึ่งไทยได้สั่งซื้อจำนวน 20,000 ชุดใช้งบประมาณทั้งหมด 9 ล้านบาท

นอกจากนั้น รัฐบาลได้อนุมัติให้กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มขีดความสามารถของห้องไอซียูในการดูแลผู้ป่วยภาวะวิกฤต โดยเพิ่มเครื่องช่วยหายใจชนิดพิเศษ ให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั่วประเทศ รวม 210 เครื่อง เป็นเครื่องสำหรับผู้ใหญ่ 180 เครื่อง และสำหรับเด็ก 30 เครื่อง ใช้งบประมาณ 180 ล้านบาท เพื่อให้การดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำหรับการดูแลในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีประมาณปีละ 800,000 คน ได้ให้ อสม. ออกแนะนำและคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ที่ป่วยทุกหมู่บ้าน/ชุมชน ประมาณ 80,000 แห่ง สำหรับสถานพยาบาล ให้ปรับการนัดตรวจครรภ์ให้ห่างขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงรับเชื้อในโรงพยาบาลเมื่อมาฝากครรภ์ และจัดระบบเยี่ยมบ้านหรือติดตามอาการทางโทรศัพท์อย่างทั่วถึง ในส่วนของหอผู้ป่วยทุกแห่ง ขอให้ผู้ที่เป็นไข้หวัดงดเยี่ยมผู้ป่วยเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ไปสู่ผู้ป่วย ซึ่งมีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ เด็กอ่อน ผู้สูงอายุ ควรหลีกเลี่ยงการไปเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล เพราะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย

From:


วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เมืองผู้ดี ยอดติดเชื้อ หวัดใหญ่ 2009 พุ่ง - ยอดขายหน้ากากก็พุ่ง

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ -- ร้านขายยาในอังกฤษเปิดเผยว่า หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ และเจลฆ่าเชื้อแบคทีเรียขายดีเป็นอย่างมาก หลังจากที่อังกฤษพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รายใหม่เป็นจำนวนมากถึงกว่า 1 แสนรายในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ร้านขายยาบางแห่งถึงกับต้องบอกให้ลูกค้ารออีกหลายสัปดาห์เนื่องจากของในสต็อกหมดเกลี้ยง

อังกฤษเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากไข้หวัดใหญ่ 2009 มากที่สุดรองจากเม็กซิโกและสหรัฐที่พบผู้ติดเชื้อมากกว่า ล่าสุด อังกฤษมีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่แล้ว 26 ราย รัฐบาลได้ตั้งบริการโทรสายด่วนขึ้นมาเพื่อให้ความรู้และช่วยเหลือประชาชนเรื่องการขอใบสั่งยาต้านไวรัส ซีเอ็นเอ็นรายงาน

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไทยสังเวย 12 ชีวิต เหยื่อไข้หวัดใหญ่ 2009

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.ค.) พล.ต.ท.นพ.สมยศ ดีมาก นายแพทย์ใหญ่รพ.ตำรวจเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 เสียชีวิตเป็นรายที่ 12 โดยผู้ป่วยรายนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางนา อายุ 52 ปี เสียชีวิตตั้งแต่เวลา 19.30 น. วานนี้ (8 ก.ค.)

สำหรับผู้ป่วยรายนี้มีประวัติไตวายเรื้อรัง โดยเข้ารับการเปลี่ยนไตเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และกินยากดภูมิคุ้มกันมาโดยตลอด ทั้งนี้ได้เข้ารับการรักษาอาการไข้หวัดที่รพ.ตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา.

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แพทย์ร่อน จม.เปิดผนึก แย้ง ก.สาธารณสุข ส่งสัญญานผิดเรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ (2009 swine flu)

6 กค.2552

เรียน สื่อมวลชนทุกท่าน

การ ที่กระทรวงสาธารณสุขบอกว่า การป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น สามารถทำได้ 3 อย่างคือ กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง และหมั่นล้างมือ เท่านั้น

เป็น การส่งข่าวสารที่ไม่ครบถ้วนไปสู่ประชาชน ทำให้ประชาชนไม่สามารถระมัดระวังป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ 2009 และไม่สามารถควบคุมไม่ให้ผู้ป่วย แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ (ดังจะเห็นได้จากการมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากมาย ตัวเลขที่กระทรวงบอกว่า มีกี่รายนั้น อาจจะต่ำกว่าความเป็นจริง เพราะโรงพยาบาลไม่ได้ตรวจคัดกรอง หรือยืนยันว่าใครเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่ ทุกๆ คน)


ทั้ง นี้ เพราะไวรัสไข้หวัดใหญ่นั้น จะทำให้เกิดอาการเหมือนไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล (เด็กๆ ก็จะมีทั้งน้ำมูก น้ำลายไหล)ใน น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ของผู้ป่วยเป็นไข้ไหวัดใหญ่ จะมีเชื้อไวรัสชนิดนี้อยู่มาก


เมื่อ คนเป็นหวัดไอ หรือจาม โดยไม่ใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูก ก็จะทำให้มีเชื้อไวรัสแพร่กระจายออกมากับ ละอองน้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะ ที่ไอ จาม หรืออาเจียนออกมา โดยละอองน้ำมูก น้ำลาย ฯลฯ ต่างๆ นี้ ก็จะมีเชื้อไวรัสปนออกมา ล่องลอยอยู่ในอากาศ


คน ที่อยู่ใกล้ชิด ที่หายใจเอาละอองน้ำมูกน้ำลาย ฯลฯ ของผู้ป่วย ก็จะได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปในทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย


ส่วน การที่ละอองน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ที่หลั่งออกมาจากผู้ป่วย และแพร่กระจายโดยการไอหรือจาม ก็อาจจะแห้ง กลายเป็นละอองเล็กๆ ล่องลอยในอากาศ ผู้ที่สูดหายใจเอาละอองแห้งนี้เข้าไป ก็อาจติดหวัดได้


ฉะนั้น การป้องกันไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไม่ว่าสายพันธุ์ใด จึงควรป้องกันการแพร่กระจาย โดยกาป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยไอ จาม สั่งน้ำมูก น้ำลาย เลอเทอะไปทั่ว โดยการใช้ผ้าปิดปาก ปิดจมูกเวลาไอ หรือจาม เพื่อไม่ให้ผู้ป่วย แพร่เชื้อไปยังผู้อื่นโดยปล่อยละอองน้ำมูก น้ำลาย ไปในอากาศ


ส่วน ผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสแล้ว แต่ยังไม่มีอาการไข้หวัด (ระยะฟักตัว 1-3 วัน ก่อนมีอาการ)แต่เขาก็มีเชื้อโรคที่สามารถแพร่ไปสู่คนอื่นได้แล้ว


ฉะนั้น ลมหายใจ น้ำมูก น้ำลาย เขาก็มีเชื้อโรคอยู่แล้ว เขาจึงอาจแพร่เชื้อได้โดยการจาม


ฉะนั้น การจะป้องกันไม่ให้ผู้ป่วย หรือผู้ได้รับเชื้อโรคแล้ว(แต่ยังไม่มีอาการ)แพร่เชื้อไปสู่อากาศ ก็ควรจะให้ผู้ป่วยทุกคน ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก (mask) เวลาออกไปนอกบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อให้คนอื่น


ส่วน ผู้ยังไม่มีอาการ (ไม่ว่าจะได้รับเชื้อหรือไม่)ก็ควรจะมีผ้าปิดปากปิดจมูก เวลาออกไปยังที่ชุมนุมชน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันตนเอง มิให้สูดเอาเชื้อไวรัสจากอากาศ


ใน โรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยเยอะๆ ในปัจจุบันนี้ บุคลากรในโรงพยาบาล จึงต้องใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ และให้ผู้ป่วยใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกเช่นกัน


หรือ คนอาจจะแพร่เชื้อให้คนอื่น จากการกินอาหารร่วมกัน โดยไม่ใช้ช้อนกลาง หรือมือของผู้ป่วยเอาไปเช็ดน้ำมูก น้ำลาย แล้วไปป้ายตาม ของเล่น (เด็ก)หรือจับประตู เอาน้ำมูกไปป้ายตามที่ต่างๆ ก็สามารถแพร่เชื้อไวรัสได้


การ ล้างมือจึงสำคัญมาก เพราะถ้ามือเราไปจับสิ่งที่เปื้อนน้ำมูกน้ำลาย แล้วเอามาขยี้จมูก หรือเอาใส่ปากอม(เด็ก)หรือหยิบของกิน ก็จะทำให้เราได้รับเชื้อไวรัสได้ จึงต้องหมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำ และสบู่


ห้อง น้ำสาธารณะตามตลาดสด และร้านอาหาร มักไม่ค่อยมีสบู่ไว้สำหรับฟอกมือ จึงควรจะมีข้อบังคับด้านสุขอนามัยจากเทศบาล หรือกระทรวงสาธารณสุข ชี้ชวน(น่าจะออกเป็นประกาศกระทรวงบังคับ)ให้ห้องน้ำในที่สาธารณะ ตลาด และร้านอาหาร ต้องมีสบู่ไว้ให้ประชาชนล้างมือหลังเข้าห้องน้ำ ให้ติดเป็นนิสัย


เพราะการล้างมือนั้น จะสะอาดปราศจากเชื้อโรคได้ ก็ต้องฟอกด้วยสบู่ทุกครั้ง ไม่ใช่ล้างน้ำเปล่าอย่างเดียว


และการล้างมือให้สะอาดนี้ นอกจากจะป้องกันโรคไข้หวัดแล้ว ยังป้องกันโรคท้องร่วง บิด อหิวาต์ ลำไส้อักเสบได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ขอให้ช่วยแพร่ข่าวนี้ด้วย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อไข้หวัดใหญ่ระบาดไปมากกว่านี้

พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา

กุมารแพทย์

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รมว.สาธารณสุข ลั่น! ภายใน3เดือนคุมให้อยู่ การแพร่ระบาด A-H1N1

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ รายงานเข้ามาล่าสุด

รมว.สาธารณสุข สั่งการให้สาธารณสุขทุกจังหวัดควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ 2009 ให้อยู่ในพื้นที่จำกัดภายใน 3 เดือน โดยผู้ป่วย 1 คนจะสามารถแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้อีก 1-2 คน
"กำชับให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศเฝ้าระวังผู้ป่วยและควบคุม ป้องกันโรคในพื้นที่อย่างเข้มข้นช่วง 3 เดือนนับจากวันนี้ไป...ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 1 คนสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ 1-2 คน แต่การป้องกันโรคทำได้ไม่ยาก" นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าว
รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศไทย ขณะนี้มีการกระจายในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยพบผู้ติดเชื้อในประเทศอย่างต่อเนื่องแล้ว 41 จังหวัด และพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มๆ หากไม่เข้มงวดเรื่องการควบคุมป้องกันโรคจะส่งผลให้มีการแพร่ระบาดยาวไปถึง สิ้นปี โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งอยู่ในข่ายเฝ้าระวังถึง 70%
"เด็กที่ป่วยส่วนใหญ่เมื่อมีอาการป่วยเล็กน้อยจะไม่ค่อยหยุดเรียนเพราะกลัว ขาดเรียน หรือหากหยุดเรียนก็ยังไม่หยุดการพบปะเพื่อนหรือออกนอกบ้าน ทำให้แพร่เชื้อให้ผู้อื่น และหายป่วยช้ากว่าปกติ" นายวิทยา กล่าว
วันนี้มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบผู้ป่วยยืนยันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่เพิ่มอีก 154 ราย โดยเป็นนักเรียน 125 ราย อยู่ระหว่างการสอบสวนรายละเอียด 9 ราย ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อดังกล่าวสะสมตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย.-3 ก.ค.52 มีจำนวน 1,710 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไทยสังเวยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ตายแล้ว 2 ราย

ไทยสังเวยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ตายแล้ว 2 ราย รมว. สาธารณสุขแถลงเอง เป็นหญิงวัย 40 ปี กับชายวัย 42 ปี กระทรวงสาธารณสุขถึง กับเต้น กำชับ รพ.รัฐ-เอกชนทุกแห่งห้ามปิดข่าว หลังพบหญิงที่ตายรายแรกใน รพ.เอกชน เพิ่งแจ้งกระทรวงฯ หลังตายมาเกือบครบสัปดาห์ แต่นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนสวนกลับทันที เป็นความประสงค์ของญาติผู้ตายต้องการชะลอข่าว เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากการเป็นผู้เสียชีวิตรายแรก เชื่อหากมีผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 5-6 คงไม่มีใครสนใจ และอาจเบื่อไปเอง ขณะที่ยอดผู้ป่วยในไทยพุ่งกว่า 1,200 ราย ด้านผู้ทรงคุณวุฒิ สธ.ยังยืนยัน แนวทางรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หากมีอาการน้อยให้รักษาตามอาการไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ เว้นมีไข้สูง 3 วันขึ้นไปไม่ยอมลด ไอมาก เหนื่อยหอบ เพลีย มีอาเจียนร่วม เสี่ยงเสียชีวิตได้ ส่วนองค์การอนามัยโลกเชื่อคนติดเชื้อหวัด 2009 อาจทะลุเกินล้านคนแล้ว

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เฝ้าระวังหวัดสายพันธุ์ใหม่ หวั่นเชื้อระบาดในโรงเรียน

สิงคโปร์ประกาศมาตรการเฝ้าระวังหวัดสายพันธุ์ใหม่ หวั่นเชื้อระบาดในโรงเรียน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง ที่แล้ว
สิงคโปร์ประกาศใช้มาตรการเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก่อนที่จะสั่งให้โรงเรียนหลายแห่งเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ สถานีโทรทัศน์ Channel NewsAsia รายงานการเปิดเผยของกระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ว่า ทางกระทรวงฯจะออกคำสั่งให้บุคลากรและนักเรียนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคดังกล่าวให้สามารถลางานและไม่ต้องมาเรียนได้เป็นเวลา 7 วัน

รายงานข่าวระบุว่า โรงเรียนในสิงคโปร์จะส่งแบบฟอร์มการกรอกประวัติการเดินทางให้กับบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียน รวมไปถึงผู้ค้า และนักการภารโรงก่อนที่โรงเรียนจะเปิดทำการเรียนการสอน ขณะเดียวกันอาจารย์จะตรวจสอบแบบฟอร์มการเดินทางในวันแรกที่เปิดเรียนและดำเนินการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายวันละ 2 ครั้ง โดยทางกระทรวงฯเชื่อว่าจะมีนักเรียนและบุคลากรประมาณ 1-2% ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พร้อมทั้งเสริมว่า หากทางโรงเรียนใดพบผู้ติดเชื้อดังกล่าวก็จะสั่งให้ปิดเรียนและหยุดการเรียนการสอนตามความจำเป็น ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้รายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่รายแรกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 และขณะนี้มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อที่ 168 ราย ซึ่ง

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1 เป็นโรคระบาดแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21

WHO ประกาศให้ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1 เป็นโรคระบาดแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1เป็นโรคระบาดแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21 แต่ย้ำไว้ด้วยว่า การยกระดับการเตือนภัยสำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ที่กำลังแพร่ระบาดไปนี้ ไม่ได้หมายความว่า เชื้อไวรัสนี้มีฤทธิ์ร้ายแรงมากขึ้น
ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก Margaret Chan ประกาศการตัดสินใจในเรื่องนี้ หลังการประชุมผู้เชี่ยวชาญทางสาธารณสุขที่นครเจนีวา และว่าเป็นครั้งแรกที่มีการประกาศว่ามีโรคระบาดใหญ่ทั่วโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีค.ศ. 1968 เป็นต้นมา แต่เจ้าหน้าที่ของ WHO ผู้นี้ย้ำว่า การระบาดครั้งนี้ไม่รุนแรงเช่นนั้น
ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า การเรียกว่าเป็นการระบาดครั้งใหญ่ เป็นการส่งสัญญาณให้กับประชาคมนานาชาติรับทราบ ว่าถึงเวลาที่ประเทศทั้งหลาย ทั้งที่ร่ำรวยและยากจน จะต้องร่วมมือกันด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในโลก เพื่อทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีประเทศใดถูกทอดทิ้งเพราะขาดทรัพยากร และจะไม่มีประชาชนของประเทศใดที่จะไม่ได้รับการช่วยเหลือ
ในอีกด้านหนึ่งนั้น การที่สามารถประกาศให้เป็นการระบาดครั้งใหญ่ได้ ก็เพราะมีการแพร่ระบาดตามชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่องนอกทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่ง WHO ถือว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของการให้คำจำกัดความของโรคระบาดครั้งใหญ่
องค์การอนามัยโลกรายงานว่า นับตั้งแต่พบเชื้อ A-HINI ในเมกซิโกและสหรัฐเมื่อเดือนเมษายนเป็นต้นมา เวลานี้พบเชื้อไวรัสนี้แล้วใน 74 ประเทศ มีผู้ป่วยเกือบ 30,000 คนและมีผู้เสียชีวิตเพราะโรคไข้หวัดใหญ่ A-HINI แล้ว 144 ราย ส่วนใหญ่ของผู้เสียชีวิตอยู่ในเมกซิโก
ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือสหรัฐ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 13,000 คน ในขณะที่ออสเตรเลียรายงานว่า มีผู้ล้มป่วยลงแล้วมากกว่า 1,200 คน
องค์การอนามัยโลกกล่าวไว้ด้วยว่า การประกาศว่ามีโรคระบาดครั้งใหญ่ครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญ ก็เพราะต้องการกระตุ้นให้ผู้ผลิตยา เร่งรัดการผลิตวัคซีนสำหรับไข้หวัดใหญ่นี้ และต้องการเห็นรัฐบาลประเทศต่างๆ เพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ด้วย
เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลกเน้นว่า เชื้อไวรัส A-HINI ยังไม่มีฤทธิ์ร้ายแรง และมีผู้เสียชีวิตไม่มากนัก แต่ก็จะจับตาดูอย่างใกล้ชิดด้วยว่า จะมีการกลายพันธุ์อย่างไรหรือไม่ ซึ่งอาจจะทำให้เชื้อไวรัสมีความร้ายแรงขึ้นได้
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐ และองค์การสหประชาชาติเสริมไว้ด้วยว่า ไม่มีอันตรายจากโรคนี้จากการรับประทานเนื้อหมู และว่า วิธีป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุดคือการล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีไข้หวัดใหญ่ระบาดทั่วโลกสามครั้งด้วยกัน รวมทั้งไข้หวัดใหญ่เสปนในปีค.ศ. 1918-1919 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตระหว่าง 40-50 ล้านคน และไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงในปีค.ศ. 1968 ที่มีคนเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งล้านคน


12/06/2009

วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552

โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อัพเดทยอด ผู้ติดเชื้อในไทย

ยอดผู้ติดเชื้อหวัด 2009 ในไทยพุ่ง 518 ราย
สำนักระบาดวิทยา รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 วันนี้อีก 113 ราย รวมยอดสะสมในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อ 518 ราย

อัพเดทเมื่อ 18-06-2009

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ในไทย 44 ราย รวมทั้งหมด 150 ราย

"สธ. ประกาศขึ้นทะเบียนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 44 ราย รวมทั้งหมด 150 ราย

# กระทรวงสาธารณสุข ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 จำนวน 44 ราย รวมพบผู้ป่วยสะสม จำนวน 150 ราย ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก ขอความร่วมมือรณรงค์ป้องกันโรค รวมทั้งเน้นให้สวมหน้ากากอนามัยหากไม่สบาย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ

วันนี้(14 มิถุนายน 2552) นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าในวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขึ้นทะเบียนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ในประเทศไทยเพิ่มอีก 44 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยกลุ่มนักเรียนโรงเรียนเอกชน 29 ราย ซึ่งเป็นผู้ป่วยเก่า ส่วนผู้ป่วยใหม่มี 15 ราย รวมผู้ป่วยในประเทศไทยสะสมทั้งหมด 150 ราย

ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด ขณะนี้มีผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลปทุมธานี 7 ราย เนื่องจากญาติมีความกังวลใจ แต่ที่มีเหตุสมควรนอนรักษามีเพียง 2 ราย เนื่องจากมีอาการไข้สูงและรับประทานอาหารได้น้อย ส่วนที่พัทยามีนอนโรงพยาบาลเพียง 1 รายเนื่องจากมีเลือดกำเดาไหล ข้อมูลปัจจุบันจากการวิเคราะห์ผู้ป่วยที่นอนในโรงพยาบาลและการติดตามสอดคล้องว่าโรคนี้อาการไม่รุนแรง และขอยืนยันว่าธรรมชาติของโรคนี้จะคล้ายโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เก่าตามฤดูกาล โดยเฉพาะในฤดูฝน ซึ่งแต่ละปีจะพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เก่าประมาณ 10,000 – 15,000 ราย ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก กระทรวงสาธารณสุขจะให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีอาการน้อย ควรพักผ่อนและรักษาตนเองอยู่ที่บ้าน 3 – 7 วัน หากมีอาการมากขึ้น ควรไปพบแพทย์ ระหว่างอยู่ที่บ้านควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้อื่น ให้ล้างมือบ่อยๆ และสวมหน้ากากอนามัย

สำหรับประชาชนทั่วไป ให้ดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หากไม่สบาย เช่น มีน้ำมูกไหล มีไข้ต่ำๆ ไอ เจ็บคอ ให้สวมหน้ากากอนามัย และไปพบแพทย์รักษา

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขขอความร่วมมือประชาชนและหน่วยงานทำความสะอาด ในสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน โรงแรม สถานที่ราชการ ผับ บาร์ และสถานที่สาธารณะที่ประชาชนใช้บริการหนาแน่น โดยเน้นการทำความสะอาด ของใช้หรือวัตถุที่มีโอกาสจับต้องร่วมกันบ่อยๆ เช่น โทรศัพท์สาธารณะ ราวบันได ลูกบิดประตู โต๊ะเก้าอี้ คีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์ โดยเช็ดด้วยน้ำและผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป หรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก และจะรณรงค์ให้ผู้มีอาการไอ จาม สวมหน้ากากอนามัย เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อโรค ซึ่งเป็นการร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม เป็นพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ ไม่ควรอายและไม่ควรรังเกียจผู้ที่สวมหน้ากากอนามัย

สำหรับสถานการณ์โลก องค์การอนามัยโลกรายงานเมื่อเช้าวันนี้ ตามเวลาในประเทศไทย มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช1 เอ็น1 สะสมทั้งหมด 29,669 ราย ใน 74 ประเทศ เสียชีวิต 145 ราย เป็น เม็กซิโก 108 ราย สหรัฐอเมริกา 27 ราย แคนาดา 4 ราย ชิลี 2 รายและคอสตาริก้า สาธารณรัฐโดมินิกัน โคลัมเบีย กัวเตมาลา ประเทศละ 1 ราย ในประเทศไทยวันนี้มีผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 44 ราย เป็นผู้ป่วยใหม่ 15 ราย รวมผู้ป่วยสะสมตั้งแต่เมษายน -14 มิถุนายน 2552 ทั้งหมด 150 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการรักษาหายดีแล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิต

********************************* 14 มิถุนายน 2552"

ชาวออสเตรเลีย เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1 มากกว่า 1,200 รายแล้ว

"ขณะนี้ผู้เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1 ในออสเตรเลียมีจำนวนมากกว่า 1,200 รายแล้ว สิงค์โปร์กำลังเตือนพลเมือง ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังรัฐวิคตอเรีย ซึ่งคนเป็นไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวกันอย่างมาก

รัฐวิคตอเรีย ซึ่งมีผู้เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1มากกว่า 1,000 รายนั้นนับว่าเป็นที่ที่มีการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว มากที่สุดในโลก เมื่อดูจากอัตราการติดเชื้อเป็นรายหัว รัฐวิคตอเรียนั้นมีผู้เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1 แค่หยิบมือเดียวเมื่อสามสัปดาห์กว่าๆ มานี้เอง ออสเตรเลียมีคนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ A H1N1มากที่สุดนอกเขตทวีปอเมริกาเหนือ

รัฐวิคตอเรีย และเมืองหลวงของรัฐคือเมลเบิร์น ยังคงเป็นบริเวณที่ไข้หวัดใหญ่ A H1N1 ระบาดมากที่สุด ในรัฐวิคตอเรีย ผู้ที่ทราบแน่แล้วว่า เป็นไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวมีจำนวนกว่า 1,000 คน ผู้ป่วยหลายรายรับการบำบัดรักษาอยู่ตามโรงพยาบาล แต่ยังไม่มีผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าวที่ออสเตรเลีย แต่มุขมนตรีฝ่ายสาธารณสุขของรัฐควีนส์แลนด์ พอล ลูกาสกล่าวว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่ A H1N1 ในออสเตรเลียนั้นจะต้องมีผู้เสียชีวิตแน่

มีการงดจัดการแข่งขันกีฬานัดสำคัญๆ รวมถึงการแข่งขันว่ายน้ำระหว่างประเทศด้วย นักธุรกิจชั้นนำพยากรณ์ว่าการท่องเที่ยวจะซบเซาลงไปอย่างเป็นกอบเป็นกำ

สิงค์โปร์เร่งเร้า มิให้ชาวสิงค์โปร์เดินทางไปที่รัฐวิคตอเรีย เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องเสี่ยงมากเกินไป

ทางการของรัฐ นิว เซ๊าท์ เวลส์ และรัฐ เซ๊าท์ ออสเตรเลีย และที่กรุงแคนเบอร์รากล่าวว่าก่อนที่จะไปโรงเรียนเด็กๆ ที่เดินทางไปนครเมลเบิร์นควรพักอยู่กับบ้านหนึ่งสัปดาห์

แต่หัวหน้าฝ่ายบริหารของหอการค้า และอุตสาหกรรมของฝ่ายนายจ้าง เวนย์ เคเลอร์-ทอมสันคิดว่ามาตรการดังกล่าว เป็นการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบมากเกินเหตุ และเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจของรัฐวิคตอเรีย

นักรักบี้อาชีพหลายคน โดนกักบริเวณหลังจากนักรักบี้คนหนึ่งติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ A H1N1 มีการงดการเดินขบวนสวนสนามของทหาร ใกล้กรุงแคนเบอร์รา หลังจากนักเรียนนายทหารนายหนึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว

ขณะนี้ ไข้หวัดใหญ่ A H1N1 ระบาดไปยังทุกรัฐ และทุกดินแดนของออสเตรเลียแล้ว

อลีซ สปริง เมืองในทะเลทรายอันมีชื่อเสียง ทางภาคกลางของออสเตรเลีย ก็มีผู้เป็นไข้หวัดใหญ่ A H1N1 รายที่สองแล้ว

โรงเรียนหลายแห่ง ในภาคตะวันตกของออสเตรเลีย ส่งนักเรียนกลับบ้านขณะที่ผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 20 รายแล้ว

การระบาดของโรคข้างต้นนี้ เกิดที่เม็กซิโกก่อนเมื่อเดือนเมษายน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้แล้วว่าการผลิตวัคซีนที่ป้องกันไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวได้ดีนั้น ยังจะต้องรอกันไปอีกหลายสัปดาห์"

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ผู้ติดเชื้อหวัด2009รายที่10 ของไทย

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552 12:22
สธ.พบผู้ติดเชื้อหวัด2009รายที่10เป็นหญิงวัย20กลับจากUSAยังกักดูอาการ
นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า
กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศขึ้นทะเบียนพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไข้หวัดใหญ่
สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1(H1N1) ในประเทศไทยเพิ่มอีก 1 ราย เป็นหญิงวัย
20 ปี นับเป็นรายที่ 10 โดยติดเชื้อมาจากต่างประเทศ
ขณะนี้แพทย์ได้รับตัวไว้ดูแลรักษาในโรงพยาบาล
โดยได้ส่งทีมสอบสวนเคลื่อนที่เร็วติดตามเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิด
เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่เชื้ออย่างเต็มที่

อ่านต่อ

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Top Keyword for Google AdSense

Top Keyword for Google AdSense

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ทำเนียบขาวจี้สภาคองเกรสเพิ่มเงินรับมือการระบาดของหวัดสายพันธุ์ใหม่

"ทำเนียบขาวได้เรียกร้องให้ทางสภาคองเกรสจัดสรรเงิน 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในกรณีที่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ระบาดเป็นวงกว้างมากขึ้น
โดยข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่วุฒิสภาสหรัฐกำลังหารือถึงการเพิ่มเงิน
กว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในงบประมาณการทำสงคราม"

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ขณะนี้ who พบผู้ป่วยหวัดใหญ่2009ทั่วโลกกว่า15,000ราย

'ฮู'พบผู้ป่วยหวัดใหญ่2009ทั่วโลกกว่า15,000ราย
วันนี้(1 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วานนี้(31 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุขชิลี ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 รายใหม่เพิ่มอีก 26 คน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเพิ่มเป็น 276 คน ในจำนวนนี้ มีเพียง 3 คน ที่มีอาการหนักและเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

ด้านองค์การอนามัยโลก เผยข้อมูลล่าสุดว่า พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกกว่า 15,500 ราย มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 110 ราย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเกรงว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะแพร่ระบาดต่อไปในซีกโลกใต้เนื่องจากใกล้เข้าฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

สำหรับผลการตรวจร่างกายผู้โดยสารบนเรือสำราญแปซิฟิก ดอว์น ราว 2,000 คน ที่เตรียมขึ้นฝั่งในนครซิดนีย์ นางแคร์รี แชนต์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักสาธารณสุขรัฐนิวเซาท์เวลส์ แถลงว่า ไม่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่บนเรือแปซิฟิกดอว์น และไม่พบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนบนเรือลำนี้ ทำให้ผู้โดยสารทั้งหมดได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งได้ในวันนี้.

ข่าว H1N1 ไข้หวัดใหญ่ 2009 - ไข้หวัดใหญ่ที่มีการแพร่ระบาดสู่มนุษย์ส่วนใหญ่ชนิด A

ไข้หวัดใหญ่ที่มีการแพร่ระบาดสู่มนุษย์ส่วนใหญ่ชนิด A จะก่ออาการรุนแรงที่สุด โดยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่กำลังแพร่ระบาดทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ก็เป็นชนิด A H1N1 ซึ่งเมื่อเทียบกับการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สเปน ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 อัตราผู้เสียชีวิตปัจจุบันมีไม่ถึงร้อยละ 1 แต่อัตราการแพร่ระบาดกลับสูงมาก จากการแสดงอาการเบื้องต้นเหมือนไข้หวัดใหญ่ธรรมดาที่มีการแพร่ระบาดตามฤดูกาล เมื่อมีบุคคลเดินทางจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด และมีอาการแต่ไม่แจ้งให้แพทย์ทราบก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อไข้หวัดใหญ่ในชุมชนได้ และอาจทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นอีก
"ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในการแพร่ระบาดของไข้หวัดสเปนมาจากการระบาดในระลอกที่ 2 และระลอกที่ 3 จึงมีความเป็นไปได้ว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 จะมีระลอกต่อมาอีก ฉะนั้นประชาชนต้องช่วยเฝ้าระวังอย่างเต็มที่"

[ข้อมูลจาก ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล]