วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไทยสังเวยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ตายแล้ว 2 ราย

ไทยสังเวยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ตายแล้ว 2 ราย รมว. สาธารณสุขแถลงเอง เป็นหญิงวัย 40 ปี กับชายวัย 42 ปี กระทรวงสาธารณสุขถึง กับเต้น กำชับ รพ.รัฐ-เอกชนทุกแห่งห้ามปิดข่าว หลังพบหญิงที่ตายรายแรกใน รพ.เอกชน เพิ่งแจ้งกระทรวงฯ หลังตายมาเกือบครบสัปดาห์ แต่นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชนสวนกลับทันที เป็นความประสงค์ของญาติผู้ตายต้องการชะลอข่าว เพราะเกรงว่าจะได้รับผลกระทบจากการเป็นผู้เสียชีวิตรายแรก เชื่อหากมีผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 5-6 คงไม่มีใครสนใจ และอาจเบื่อไปเอง ขณะที่ยอดผู้ป่วยในไทยพุ่งกว่า 1,200 ราย ด้านผู้ทรงคุณวุฒิ สธ.ยังยืนยัน แนวทางรักษาผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หากมีอาการน้อยให้รักษาตามอาการไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ เว้นมีไข้สูง 3 วันขึ้นไปไม่ยอมลด ไอมาก เหนื่อยหอบ เพลีย มีอาเจียนร่วม เสี่ยงเสียชีวิตได้ ส่วนองค์การอนามัยโลกเชื่อคนติดเชื้อหวัด 2009 อาจทะลุเกินล้านคนแล้ว

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เฝ้าระวังหวัดสายพันธุ์ใหม่ หวั่นเชื้อระบาดในโรงเรียน

สิงคโปร์ประกาศมาตรการเฝ้าระวังหวัดสายพันธุ์ใหม่ หวั่นเชื้อระบาดในโรงเรียน
สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- 1 ชั่วโมง ที่แล้ว
สิงคโปร์ประกาศใช้มาตรการเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก่อนที่จะสั่งให้โรงเรียนหลายแห่งเปิดการเรียนการสอนอีกครั้งในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ สถานีโทรทัศน์ Channel NewsAsia รายงานการเปิดเผยของกระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ว่า ทางกระทรวงฯจะออกคำสั่งให้บุคลากรและนักเรียนที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคดังกล่าวให้สามารถลางานและไม่ต้องมาเรียนได้เป็นเวลา 7 วัน

รายงานข่าวระบุว่า โรงเรียนในสิงคโปร์จะส่งแบบฟอร์มการกรอกประวัติการเดินทางให้กับบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียน รวมไปถึงผู้ค้า และนักการภารโรงก่อนที่โรงเรียนจะเปิดทำการเรียนการสอน ขณะเดียวกันอาจารย์จะตรวจสอบแบบฟอร์มการเดินทางในวันแรกที่เปิดเรียนและดำเนินการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายวันละ 2 ครั้ง โดยทางกระทรวงฯเชื่อว่าจะมีนักเรียนและบุคลากรประมาณ 1-2% ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ พร้อมทั้งเสริมว่า หากทางโรงเรียนใดพบผู้ติดเชื้อดังกล่าวก็จะสั่งให้ปิดเรียนและหยุดการเรียนการสอนตามความจำเป็น ทั้งนี้ สิงคโปร์ได้รายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่รายแรกเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2552 และขณะนี้มีรายงานยอดผู้ติดเชื้อที่ 168 ราย ซึ่ง

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1 เป็นโรคระบาดแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21

WHO ประกาศให้ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1 เป็นโรคระบาดแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ประกาศให้ไข้หวัดใหญ่ A-H1N1เป็นโรคระบาดแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 21 แต่ย้ำไว้ด้วยว่า การยกระดับการเตือนภัยสำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ที่กำลังแพร่ระบาดไปนี้ ไม่ได้หมายความว่า เชื้อไวรัสนี้มีฤทธิ์ร้ายแรงมากขึ้น
ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก Margaret Chan ประกาศการตัดสินใจในเรื่องนี้ หลังการประชุมผู้เชี่ยวชาญทางสาธารณสุขที่นครเจนีวา และว่าเป็นครั้งแรกที่มีการประกาศว่ามีโรคระบาดใหญ่ทั่วโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีค.ศ. 1968 เป็นต้นมา แต่เจ้าหน้าที่ของ WHO ผู้นี้ย้ำว่า การระบาดครั้งนี้ไม่รุนแรงเช่นนั้น
ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า การเรียกว่าเป็นการระบาดครั้งใหญ่ เป็นการส่งสัญญาณให้กับประชาคมนานาชาติรับทราบ ว่าถึงเวลาที่ประเทศทั้งหลาย ทั้งที่ร่ำรวยและยากจน จะต้องร่วมมือกันด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในโลก เพื่อทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีประเทศใดถูกทอดทิ้งเพราะขาดทรัพยากร และจะไม่มีประชาชนของประเทศใดที่จะไม่ได้รับการช่วยเหลือ
ในอีกด้านหนึ่งนั้น การที่สามารถประกาศให้เป็นการระบาดครั้งใหญ่ได้ ก็เพราะมีการแพร่ระบาดตามชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่องนอกทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่ง WHO ถือว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของการให้คำจำกัดความของโรคระบาดครั้งใหญ่
องค์การอนามัยโลกรายงานว่า นับตั้งแต่พบเชื้อ A-HINI ในเมกซิโกและสหรัฐเมื่อเดือนเมษายนเป็นต้นมา เวลานี้พบเชื้อไวรัสนี้แล้วใน 74 ประเทศ มีผู้ป่วยเกือบ 30,000 คนและมีผู้เสียชีวิตเพราะโรคไข้หวัดใหญ่ A-HINI แล้ว 144 ราย ส่วนใหญ่ของผู้เสียชีวิตอยู่ในเมกซิโก
ประเทศที่มีผู้ป่วยมากที่สุดคือสหรัฐ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 13,000 คน ในขณะที่ออสเตรเลียรายงานว่า มีผู้ล้มป่วยลงแล้วมากกว่า 1,200 คน
องค์การอนามัยโลกกล่าวไว้ด้วยว่า การประกาศว่ามีโรคระบาดครั้งใหญ่ครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญ ก็เพราะต้องการกระตุ้นให้ผู้ผลิตยา เร่งรัดการผลิตวัคซีนสำหรับไข้หวัดใหญ่นี้ และต้องการเห็นรัฐบาลประเทศต่างๆ เพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนี้ด้วย
เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลกเน้นว่า เชื้อไวรัส A-HINI ยังไม่มีฤทธิ์ร้ายแรง และมีผู้เสียชีวิตไม่มากนัก แต่ก็จะจับตาดูอย่างใกล้ชิดด้วยว่า จะมีการกลายพันธุ์อย่างไรหรือไม่ ซึ่งอาจจะทำให้เชื้อไวรัสมีความร้ายแรงขึ้นได้
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของสหรัฐ และองค์การสหประชาชาติเสริมไว้ด้วยว่า ไม่มีอันตรายจากโรคนี้จากการรับประทานเนื้อหมู และว่า วิธีป้องกันการติดเชื้อที่ดีที่สุดคือการล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีไข้หวัดใหญ่ระบาดทั่วโลกสามครั้งด้วยกัน รวมทั้งไข้หวัดใหญ่เสปนในปีค.ศ. 1918-1919 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตระหว่าง 40-50 ล้านคน และไข้หวัดใหญ่ฮ่องกงในปีค.ศ. 1968 ที่มีคนเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งล้านคน


12/06/2009